24 มี.ค. 2557

เครื่องปรับอากาศ

เครื่องปรับอากาศ หรือเรียกเป็นภาษาพูดว่า แอร์ (อังกฤษ: Air conditioner, aircon) คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้สำหรับปรับอุณหภูมิของอากาศในเคหสถาน เพื่อให้มนุษย์ได้อาศัยอยู่ในที่ที่ไม่ร้อนหรือไม่เย็นจนเกินไป หรือใช้รักษาภาวะอากาศให้คงที่เพื่อจุดประสงค์อื่น เคหสถานในเขตศูนย์สูตรหรือเขตร้อนชื้นมักมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อลดอุณหภูมิให้เย็นลง ตรงข้ามกับในเขตอบอุ่นหรือเขตขั้วโลกใช้เพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น (อาจเรียกว่า เครื่องทำความร้อน) เครื่องปรับอากาศมีทั้งแบบตั้งพื้น ติดผนัง และแขวนเพดาน ทำงานด้วยหลักการการถ่ายเทความร้อน กล่าวคือ เมื่อความร้อนถ่ายเทออกไปข้างนอก อากาศภายในห้องจะมีอุณหภูมิลดลง เป็นต้น และเครื่องปรับอากาศอาจมีความสามารถในการลดความชื้นหรือการฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ด้วย

ขนาดของเครื่องปรับอากาศ มีหน่วยเป็น บีทียู ต่อ ชั่วโมง (BTU/hr) (บีทียู เป็นหน่วยของความร้อน) เป็นค่าความสามารถในการลดพลังงานความร้อนของเครื่องปรับอากาศ โดยการลดพลังงานความร้อน 1    บีทียู จะทำให้น้ำบริสุทธิ์ที่หนัก 1 ปอนด์ (ประมาณ 453.6 มิลลิลิตร) เย็นลง 1 องศาฟาเรนไฮต์ 5/9 องศาเซลเซียส)

ประเภทของเครื่องปรับอากาศภายในบ้านเรือน ถ้าแบ่งตามลักษณะตำแหน่งของแฟนคอยล์ ยุนิท (ตัวพัดลมที่เป่าความร้อนออกไปภายนอก) จะแบ่งได้ 2 ประเภท คือ

1.แบบชิ้นเดียว - หรือที่พวกเราคุ้นเคยในในชื่อ แอร์ฝังหน้าต่าง/ผนัง ตัวแฟนคอยล์ ยุนิตจะอยู่เป็นชิ้นเดียวกับตัวคอนเดนซิ่ง ยุนิต (ส่วนที่เป่าลมเย็นให้กับภายในห้อง) ข้อดีของเครื่องแบบนี้คือขนาดกะทัดรัด ติดตั้งง่ายเพราะไม่ต้องเดินท่อน้ำยาแอร์ แต่ข้อเสียคือ เสียงจะค่อนข้างดัง(โดยเฉพาะเมื่อมันเก่ามากๆ) แรงสั่นสะเทือนที่กระทำต่อตัวเครื่องและโครงสร้างของจุดที่ติดตั้งก็มีสูง และถ้าเครื่องมีขนาดขนาดใหญ่เกินไปจะมีปัญหาในการติดตั้ง เพราะบริเวณเพราะบริเวณช่องหน้าต่าง/ผนังไม่สามารถรับน้ำหนักมากได้ ต้องทำโครงสร้างมาช่วยค้ำจุนเพิ่ม

2.แบบแยกชิ้น - เป็นแบบที่เราเห็นกันได้ทั่วไปและนิยมมากที่สุด โดยตัวแฟนคอยล์ ยุนิตนั้นจะแยกไปติดตั้งภายนอกอาคาร ทำให่มีข้อดีคือเงียบ และมีรูปแบบให้เลือกค่อนข้างมาก ข้อเสียคือการติดตั้งที่จะค่อนข้างเสียเวลาเพราะต้องมีการเดินท่อน้ำยาแอร์

น้ำยาแอร์ปัจจุบันที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศภายทั่วไปรวมถึงตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศแบบส่วนกลางที่ใช้ในอาคารขนาดใหญ่ ในปัจจุบันมีชื่อเรียกทางเคมีว่า R-22 ส่วนน้ำยาแอร์สำหรับใช้ในรถยนต์มีชื่อเรียกทางเคมีว่า R-134A


ขอบคุณ : http://th.wikipedia.org/

6 ต.ค. 2556

เศรษฐกิจซบเซา น.ศ.ปริญญาเตะฝุ่นเป็นแสน

ผลสำรวจส.ค.จบปริญญาเตะฝุ่น140,000คน


รายงานข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เดือนส.ค.56 พบว่า มีจำนวนผู้ว่างงานกว่า 317,000 คน คิดเป็น 0.8% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 93,000 คน แต่ก็ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก.ย.ที่มีผู้ว่างงานถึง 355,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน โดยมีผู้ว่างงานจากภาคการค้าและบริการมากที่สุดถึง 104,000 คน รองลงมาเป็นภาคการผลิต และภาคเกษตรกรรม ซึ่งถ้าแยกออกเป็นภาคจะพบว่า ภาคใต้มีอัตราการว่างงานมากที่สุด รองลงมาคือ ภาคกลาง ภาคเหนือ กรุงเทพฯ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานทั้งหมด พบว่า ระดับการศึกษาที่มีผู้ว่างงานมากที่สุด คือระดับอุดมศึกษา 144,000 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 53,000 คน หรือเพิ่มขึ้น 2% รองลงมาคือ มัธยมศึกษาตอนต้น 73,000 คน มัธยมศึกษาตอนปลาย 49,000คน ประถมศึกษา 39,000 คน และผู้ที่ไม่มีการศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษา 12,000 คน

ส่วนจำนวนผู้มีงานทำ พบว่า มีจำนวน 38.95 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 16.22 ล้านคน ลดลง 240,000 คน จากช่วงเดียวกันปีก่อน และนอกภาคเกษตรกรรม 22.73 ล้านคน ลดลง 350,000 คน โดยลดลงในสาขาการก่อสร้าง 220,000 คน สาขาขายส่งและการขายปลีกการซ่อมยานยนต์และรถจักรยานยนต์ 170,000 คน สาขาการผลิต 130,000 คน สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า 110,000 คน และสาขาการศึกษา 90,000 คน ส่วนสาขาที่เพิ่มขึ้นคือสาขากิจกรรมด้านสุขภาพ และงานสังคมสงเคราะห์ 140,000 คน และสาขากิจกรรมทางด้านการเงินและการประกันภัย 40,000 คน ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในสาขาอื่นๆ

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาจำนวนผู้ที่ทำงานแต่ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นผู้ทำงานแต่ยังมีเวลา และพร้อมที่จะทำงานได้อีก หรือเรียกว่า ผู้ทำงานต่ำกว่าระดับ จากผลการสำรวจ พบว่า มีผู้ที่ทำงานต่ำกว่าระดับ 359,000 คนหรือคิดเป็น 0.9% ของจำนวนผู้ทำงานทั้งหมด ซึ่งกลุ่มนี้แม้ว่าจะมีงานทำแล้วก็ตาม แต่ยังมีเวลาว่างที่มากพอและพร้อมที่จะทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง

26 ส.ค. 2556

เฟอร์นิเจอร์กับไม้ยางพารา



ไม้ที่นำมาทำเฟอร์นิเจอร์มีหลายชนิด ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศของดินแดนนั้นๆ ไม้สักคือไม้ชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะมีความแข็งแรง แมลงหรือตัวทำลายไม้ไม่นิยมเข้ามายุ่งเกี่ยวกับไม้สัก ไม้สักมีขนาดใหญ่พอเหมาะ ไม่ว่าไม้ขนาดใหญ่ก็สามารถทำเป็นโครงสร้างบ้าน หรือไม้ขนาดเล็กก็นำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน และไม้สักถือเป็นไม้มีคุณค่าในสังคมไทยจนถึงปัจจุบัน
ตั้งแต่ประเทศไทยมีกฎหมายปิดป่าห้ามตัดไม้สงวน ดังนั้น ไม้ยางพาราจึงเริ่มมีบทบาทในการทำเฟอร์นิเจอร์ เนื่องด้วย ราคาไม้พารามีต้นทุนน้อยมากในอดีต (หลังจากกรีดน้ำยางหมดแล้วก็เผาเป็นถ่านหรือฟืน) นอกจากนี้มีคุณสมบัติอื่นๆ เช่น มีความแข็งแรง เป็นไม้ลำต้นตรง มีตาไม้ไม่มากเกินไป และมีกำลังการเพาะปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสภาพภูมิประเทศและอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย มีความเหมาะสมในการปลูก

ขอบคุณ : วิกีพีเดีย

9 พ.ค. 2556

นอนให้ถูกท่า หมดปัญหาผิวชราก่อนวัย

เมื่ออายุมากขึ้น แน่นอนว่าผิวที่เคยเปล่งปลั่งดั่งวัยรุ่นก็เริ่มหย่อนคล้อย มีรอยตีนกา การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีให้คุณสังเกตุเห็นตั้งแต่อายุ 25 ปี โดยเฉพาะกับคุณผู้หญิง ที่ต่างประโคมโลชั่นบำรุงต่างๆ นานาลงบนใบหน้าและผิวกาย เพื่อหวังว่าจะช่วยชะลอผิวสวยใสไร้ริ้วรอยเอาไว้ให้นานที่สุด

สาเหตุของผิวเหี่ยวย่นมีหลายประการ ถ้าตามหลักทางวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ ศึกษามาแล้วว่า ริ้วรอยที่เกิดบนผิวคนเรานั้นเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากคนเรามีช่วงวัยที่ผิวจะเสื่อมสภาพ หรืออาจเกิดจากรรมพันธุ์ สภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ ความเครียด รวมไปถึงอาหารการกิินซึ่งเป็นสิ่งที่เรายังสามารถควบคุมและเรียนรู้ได้ว่าอาหาร และการใช้ชีวิตในสภาวะที่มีมลพิษ หรือแสงแดดที่คอยทำร้ายผิวนั้น เราควรปรับตัว และป้องกันได้อย่างไรบ้าง แต่นอกจากตัวช่วยที่สรรหามาเพื่อสุขภาพผิวที่ดี กับปัจจัยต่างๆ ที่พูดไปแล้วนั้น ทราบหรือไม่ว่าการนอนหลบไม่ถูกท่า ก็อาจเป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้เช่นกัน เพราะเวลาที่เรานอนหลับ บางครั้งเราไม่สามารถควบคุมท่านอนให้เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นได้ตลอดทั้งคืน การนอนตะแคงซ้าย ขวา หรือนอนคว่ำใบหน้าซุกไปที่หมอนใบนุ่มนั้น ผิวหน้าของคุณจะถูกกดทับซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในทุกช่วงเวลาที่คุณเข้านอน ทำให้เกิดริ้วรอยขึ้นเร็วกว่าช่วงวัยที่ควรจะเป็น ยิ่งถ้าคุณมีครอบครัวแล้วยิ่งไม่ควรมองข้ามเรื่องเล็ำกๆ น้อยๆ เหล่านี้ไปเด็ดขาด เพราะไม่มีคู่รักคนไหนที่อยากจะตื่นมาเห็นหน้าสดของภรรยา หรือสามีของตัวเองในสภาพยับย่นจนอยากจะหันหน้าหนีหรอกจริงไหม

ซึ่งท่านอนที่ถูกต้องจะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย ที่สำคัญช่วยส่งผลไปยังผิวใสไร้ริ้วรอยได้อีกด้วย นั่นคือการนอนหงายในลักษณะเหยียดตัวตรง นอกจากจะทำให้ผิวหน้าไม่ถูกกดทับแล้ว ยังส่งผลดีต่อกระดูกสันหลังของเรา ไม่ก่อให้เกิดโรคตามมาอีกด้วย และควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอด้วยการเข้านอนแต่หัวค่ำ เิริ่มตั้งแต่เวลาสี่ทุ่ม และไม่ควรเิกินเที่ยงคืน เพื่อให้ร่างกายได้สร้างสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยชะลอความแก่ให้มาช้าลง หรืออีกหนึ่งท่านอนที่ส่งผลดีต่อสุขภาพโดยตรง คือการนอนตะแคงขวา เพราะจะทำให้หัวใจเต้นสะดวก และช่วยอาหารที่ยังค้างอยู่ในกระเพาะถูกลำเลียงลงลำไส้เลก็ได้ดี และช่วยลดอาการปวดหลังได้อีกด้วย แต่แนะนำว่าควรนอนตะแคงในลักษณะแหงนหน้าขึ้น หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงที่เอาหน้าคว่ำลงไปซุกอยู่กับหมอน ริ้วรอยจะได้ไม่ถามหานะคะ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เพราะเป็นคนชองนอนคว่ำเป็นชีวิตจิตใจ ต้องระวังท่านอนคว่ำนี้จะทำให้ปวดคอ และหายใจไม่สะดวกได้ เนื่องจากหมอนสูงกว่าลำตัว และลำตัวกดทับหัวใจ อาจแก้ไขด้วยการใช้หมอนนุ่มๆ มารองที่ช่วงท้องและลำตัว ส่วนใบหน้าควรเลือกใช้หมอนที่ไม่แข็งเกินไป และปลอกหมอนที่ไร้รอยต่อของตะเข็บ เนื้อผ้าทอเต็มผืนจากเส้นใยที่มีคุณภาพ เพื่อลดอาการและรักษาสุขภาพของเราให้แข็งแรง อ่อนเยาว์ แต่อย่าลืมว่าควรทำสิ่งที่จำเป็นอื่นๆ ประกอบกับการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ และถูกต้องตามหลักกายภาพไปด้วย เช่นควรดื่มน้ำให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อระบบการหมุนเวียนของเลือดที่ดี ที่จะส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่นสดใส และเลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยในทุกๆ มื้อ เพื่อสุขภาพของระบบขับถ่ายที่ดี ไม่มีสารพิษตกค้าง และเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และแสงแดด ซึ่งถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของผิว

หากคุณฝึกทำตามคำแนะนำด้านบนจนเป็นนิสัย และำทำอย่างสม่ำเสมอแล้วล่ะก็ เพียงเท่านี้ผิวพรรณของคุณ จะแลดูสดใสไร้ริ้วรอย อ่อนกว่าวัยไปอีกนานแล้วล่ะค่ะ


ขอบคุณ นิตยสาร TOTO

30 เม.ย. 2556

เสริมธรรมชาติในตัวบ้าน เสริมคุณภาพการนอนหลับ


คนส่วนใหญ่มักเข้าใจไปว่า การปลูกต้นไม้ในห้องนอนนั้นก็เท่ากับยอมให้ต้นไม้มาแย่งอากาศเราหายใจ แต่ทราบหรือไม่ว่า ต้นไม้บางชนิดก็เหมาะที่จะปลูกไว้ในห้องนอนเพื่อช่วยเพิ่มสีสัน สร้างความสดชื่นให้เจ้าของห้องโดยไม่เป็นอันตรายอย่างที่คิดค่ะ

อย่างที่ทราบกันดีว่าต้นไ่ม้จะคายก๊าซอ๊อกซิเจนออกมา และดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นพิษเข้าไปในเวลากลางวัน ส่วนช่วงกลางคืนนั้นจะสลับกันคือ ดูดก๊าซออกซิเจนเข้าไปและคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงไม่ควรปลูกต้นไม้เอาไว้ในห้องนอน แล้วถ้าเราอยากจะสร้างความสดชื่นในห้องนอน และห้องอื่นๆ ภายในบ้านเราให้มีความสดชื่น จะมีต้นไม้ชนิดใดบ้างล่ะ ที่เราสามารถนำเข้ามาปลูกในห้องต่างๆ ภายในบ้านได้ โดยไม่เป็นอันตรายต่อระบบการหายใจในเวลากลางคืน

เรามาเริ่มจากห้องนอนกันก่อน นอกจากการจัดห้องนอนให้โปร่ง โล่ง ด้วยโทนสีที่สบายตาที่สุดสำหรับเราแล้ว เราสามารถแต่งเติมสีสันความสดชื่นเข้าไปด้วยลวดลายของชุดผ้าปูที่นอนที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและนุ่มสบายในชั่วโมงหลับใหลได้ด้วยลายดอกไม้หรือลายแพทเทิร์นสีสด เช่นเดียวกับการเพิ่มต้นไม้มีดอกบางชนิดเข้าไปวางไว้ในมุมโต๊ะเครืองแห้ง มุมห้อง หรือขอบหน้าต่าง ซึ่ง ดอกเยอบีร่า (Gerbera) คือไม้ดอกที่เหมาะแก่การปลูกในห้องนอนมากที่สุด เนื่องจากเป็นไม้ดอกที่มีลักษณะชูช่อโดดเด่น สง่างาม ดูปราดเปรียว แต่ในขณะเดีวกันก็มีสีสันที่อ่อนหวาน เปรียบดั่งผู้หญิงที่มีตวามมั่นใจในตัวเอง อีกทั้งยังช่วยปรับสภาพอากาศภายในห้องให้มีความชื้นที่พอเหมาะ ดูดซับกลิ่นอับอันไม่พึงประสงค์ในห้องได้ดี ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นหลับสบายตลอดคืน


ส่วนใครที่ชอบสีเขียวของต้นไม้แล้วล่ะก็แนะนำว่าให้หาต้นหมากเหลือง เนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้เวลาที่มันอยู่ในสภาพอากาศที่ชื้นเิกินไป มันจะคอยดูดซับความชื้นเข้าไปในขณะที่ถ้าอากาศในห้องแห้งเกินไป เจ้าต้นหมากเหลืองก็จะคายความชื้นออกมาในปริมาณที่พอเหมะ ถือเป็นต้นไม้ที่ช่วยปรับสมดุลความชื้นภายในห้องได้อย่างดี แม้ว่าใบของมันจะค่อนข้างเป็นพุ่มใหญ่ แต่ถ้าได้อยู่ในกระถางน่ารักๆ แล้วนำหินขาวก้อนเล็กๆ มาปิดหน้าดินก็ดูจะสวยงามเหมาะสำหรับวางเป็นของตกแต่งในห้องนอนได้แบบเก๋ไก๋ หรือถ้าห้องนอนมีพื้นที่จำกัด อยากจะหาแค่ต้นไ่ม้สีเขียวเล็กๆ มาวางประดับพร้อมได้ประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย 



ต้นลิ้นมังกร ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่เลวนัก เพราะชอบคายก๊่าซออกซิเจนออกมาในเวลากลางคืน อีกทั้งลวดลายหินอ่อน และรูปใบเรียวไม่เกะกะ ลักษณะนี้ก็ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย อีกหนึ่งต้นที่ได้รับความนิยมนำ้มาวางไว้ในห้องนอน โดยเฉพาะริมระเบียง นั่นคือ ต้นเศรษฐีเรือนใน ซึ่งนอกจากชื่อเรียกจะเหมาะกับศาสตร์ด้านฮวงจุ้ยแล้ว ต้นไม้ชนิดนี้ยังช่วยฟอกอากาศภายในห้องได้อย่างดี ที่สำคัญใบสีขาวขอบใบสีเขียวของมันยังสวยสง่าพริ้วลู่ลม มองแล้วสบายดีทีเดียว สุดท้ายที่อยากจะแนะนำให้ปลูกติดห้องไว้ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่รักความสวยงาม ชอบทาเล็บ ล้างเล็บ ฉีดสเปรย์เพิ่มความสวยในห้องนอน คือ ต้นเดหลี หรืออีกชื่อคือ Peace Lily เพราะเจ้าต้นนี้มีคุณสมบัติพิเศษช่วยดูดซับกลิ่นจากสารเคมีต่างๆ ในอากาศได้ดี คราวนี้ก็สบายใจได้ว่ากลิ่นสารเคมีที่คุณผู้หญิงใช้กันจะไม่ไปสร้างรบกวนให้กับคนที่คุณรักอย่างแน่นอน

แม้ว่าการเสริมธรรมชาติจะช่วยสร้างคุณภาพในการนอนของคุณให้เพิ่มมากขึ้นแล้ว แต่นั้นก็ไม่ใช่ตัวช่วยที่จะดูแลสุขภาพของคุณได้ครอบคลุมทั้งหมด ถ้าจะให้ดีหมั่นดูแลสุขภาพของคุณได้ครอบคลุมทั้งหมด ถ้าจะให้ดีหมั่นดูแลรักษาความสะอาดภายในบ้าน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขาภาพที่ดีของคุณและคนที่คุณรักด้วยนะคะ อย่างไรแล้วการไม่มีโรคก็เป็นลาภอันประเสริฐเสมอค่ะ



ขอบคุณ นิตยสาร TOTO

23 เม.ย. 2556

โยคะบำบัด ช่วยให้หลับสนิท

ดูเหมือนว่าการออกกำลังกายที่เป็นกระแสมากที่สุดในยุคนี้ก็คือ การเล่นโยคะ มีหลากหลายรูปแบบ ที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันดี นั่นคือโยคะร้อนและโยคะเย็น ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายด้วยวิธีนี้จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพของเราให้แข็งแรง ปราศจากโรค และช่วยฝึกสมาธิได้แล้ว โยคะยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้การนอนหลับเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว

ด้วยสภาวะความเครียดจากแวดล้อมรอบด้าน อาจทำให้ก่อนนอน คุณมีการครุ่นคิด จิตพะวงกับเรื่องงาน หรือเรื่องต่างๆ ที่คั่งค้างในใจ จนกลายเป็นคนหลับยาก หรือเป็นโรคนอนไม่หลับโดยไม่รู้ตัว ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะช่วยคลายอาการเหล่านี้ให้หายไป นั่นคือศาสตร์ของโยคะแขนงหนึ่ง ที่เรียกกันว่าโยคะนิทรา

เจ้าโยคะบำบัดในลัีกษณะนี้ ผู้เชียวชาญเรื่องโยคะเป็นผู้แนะนำว่า การบำบัดอาการนอนหลับยากด้วยวิธีนี้เป็นรูปแบบของการพักผ่อนร่างกายและจิตใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการฝึกง่ายๆ ให้ร่างกายเสมือนอยู่ในสภาวะกึ่งหลับ กึ่งตื่นในท่าอาสนะ หรือการนอนราบไปกับพื้น แต่ก็ยังตระหนัก รู้่ถึงภายใน คือเป็นการเชื่อมต่อกันระหว่างจิตสำนึก และจิตใต้สำนึก และตัดขาดกับการรับรู้จากประสบการณ์ภายนอก ซึ่งจะทำให้เกิดสติที่แข็งแรงมากให้ฝึกแบบนี้เป็นประจำจะช่วยให้ก่อนนอน คุณจะไม่ฟุ้งซ่านไปไกลจนเกือบสว่าง ส่วนต่อมานั้นจะเป็นการบำบัดอาการนอนไม่หลับด้วยท่าโยคะแบบพื้นฐาน ที่สามารถทำได้ง่ายๆ บนที่นอน

เริ่มจากท่าแรก

 รูปที่ 1  ให้นอนหงาย เหยียดเท้าทำให้่ติดผนังแล้วดันตัวค้างไว้ประมาณ 2 นาที ให้หลังรู้สึกตึง หลังจากนั้นนอนหงาย

รูปที่ 2 วางแขนไว้ข้างลำตัวและหงายฝ่ามือขึ้นทั้งสองข้าง เอาฝ่าเท้าประกบกันทั้งสองข้าง จะรู้่สึกตึงช่วงต้นขา แล้วค่อยๆ แยกขาออกจากกันช้าๆ หันมานั่งคุกเข่า

รูปที่ 3 ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนส้นเท้า พร้อมโน้มตัวไปด้านหน้า ให้หน้าผากแตะที่นอน และพยายามให้หน้าอกชิดกับเข่าให้มากที่สุด พร้อมเหยีดแขนทั้งสองข้างไปด้านหน้าจนสุด หายใจเข้าออกนับ 1 -100 ในใจ แล้วแยกออกช้าๆ ท่านี้จะช่วยให้การหมุนเวียนของเลือดดี ร่างกายจะรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย ช่วยให้หลับง่าย เพราะไร้ความตึงเครียด

รูปที่ 4 ให้ลุกขึ้นมานอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างเข้าหาลำตัว แล้วเอามือทั้งสองข้างกอดเข่าเอาไว้ ดึงเข่าเข้ามาใ้ห้แนบเป็นระนาบกับหน้าท้องพร้อมสูดหายใจเข้าออกช้าๆ นับ 1 -100 เช่นกัน แล้วคลายออกกลับกระปรี้กระเปร่า และกลับบ้านนนอนหลับสบายแน่นอนค่ะ สำหรับใครที่มีครอบครัวแล้ว ลองชวนกันออกกำลังกายง่ายๆ แบบนี้กันดูนะคะ นอกจากจะได้ใช้เวลาทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพด้วยกันแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงความเอาใจใส่ที่คุณมีให้กับคนที่คุณรักอีกด้วยค่ะ


ที่มา : นิตยสาร TOTO
http://www.nkfurniture.com/

9 เม.ย. 2556

คำทำนายเกี่ยวกับสงกรานต์


วันมหาสงกรานต์

ถ้าปีใดวันมหาสงกรานต์เป็นวันอาทิตย์ ปีนั้นไร่นาเรือกสวน เผือกมัน มิสู้แพงแล
ถ้าวันจันทร์เป็นวันมหาสงกรานต์ จะแพ้เสนาบดี ท้าวพระยาและนางพระยาทั้งหลาย
ถ้าวันอังคารและวันเสาร์ เป็นวันมหาสงกรานต์ จะเกิดอันตรายกลางเมือง จะเกิดเพลิงและโจรผู้ร้าย และจะเจ็บไข้นักแล
ถ้าวันพุธ เป็นวันมหาสงกรานต์ ว่าท้าวพระยาจะได้เครื่องบรรณาการมาแต่ต่างเมือง แต่จะแพ้ลูกอ่อนนักแล
ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันมหาสงกรานต์ จะแพ้ข้าไท พระสงฆ์ราชาคณะจะได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจกันแล
ถ้าวันศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ ข้าวน้ำ ลูกหมากรากไม้ทั้งหลายจะอุดม แต่จะแพ้เด็ก ฝนและพายุชุม จะเจ็บตากันมากนักแล ฯ

วันเนา

ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันเนา ข้าวจะตายฝอย จะได้ยินเสียงคนต่างภาษา ท้าวพระยาจะร้อนใจนักแล
ถ้าวันจันทร์เป็นวันเนา เกลือจะแพง นางพระยาจะร้อนใจ มักจะเกิดความไข้ต่าง ๆ
ถ้าวันอังคารเป็นวันเนา หมากพลู ข้าวปลาจะแพง จะแพ้อำมาตย์มนตรีทั้งปวง
ถ้าวันพุธเป็นวันเนา ข้าวจะแพง คนทั้งหลายจะได้รับความทุกข์ร้อน แม่หม้ายจะพลัดที่อยู่
ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันเนา ลูกไม้จะแพง ตระกูลทั้งหลายจะร้อนใจนักแล
ถ้าวันศุกร์เป็นวันเนา ข้าวจะแพง แร้งกาจะตายห่า สัตว์ในป่าจะเกิดอันตราย
ถ้าวันเสาร์เป็นวันเนา ข้าวปลาจะแพง จะเกิดเพลิงกลางใจเมือง ขุนนางจะต้องโทษ ข้าวจะตายฝอย น้ำจะน้อยกว่าทุกปี สมณชีพราหมณ์จะร้อนใจนัก ผักปลาจะแพงแล ฯ

วันเถลิงศก

ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันเถลิงศก พระมหากษัตริย์จะรุ่งเรืองด้วยพระเดชานุภาพ จะมีชัยชนะแก่ศัตรูทั่วทิศาทั้งปวงแล
ถ้าวันจันทร์เป็นวันเถลิงศก พระราชเทวี และหมู่นางสนม ราชบริพาร จะประกอบไปด้วยสุขและสมบัติทั้งปวง
ถ้าวันอังคารเป็นวันเถลิงศก อำมาตย์มนตรีทั้งปวงจะอยู่เย็นเป็นสุข แม้จะต่อยุทธ์ด้วยปัจจามิตร ณ ที่ใด ๆ ก็จะมีชัยชนะทุกเมื่อแล
ถ้าวันพุธเป็นวันเถลิงศก ราชบัณฑิต ปุโรหิตโหราจารย์ จะมีสุขสำราญเป็นอันมาก
ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันเถลิงศก สมณะพราหมณาจารย์จะปฏิบัติชอบด้วยธรรมวินัยอันประเสริฐแล
ถ้าวันศุกร์เป็นวันเถลิงศก พ่อค้าพานิชทั้งหลาย อันไปค้าขายในประเทศต่าง ๆ จะประกอบไปด้วยพัสดุเงินทอง และมีความสุขเป็นอันมากแล
ถ้าวันเสาร์เป็นวันเถลิงศก หมู่ทแกล้วทหารทั้งปวง จะประกอบไปด้วยความสุข และวิชาการต่าง ๆ แม้จะกระทำยุทธ์ด้วยข้าศึก ณ ทิศใด ๆ ก็จะมีชัยชนะทุกเมื่อแล ฯ

ที่มา : http://th.wikipedia.org/




4 เม.ย. 2556

ยีนในตัวคนกระตือรือร้นอาจเกี่ยวกับอายุยืน


นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ พบว่า ยีนหลายยีนที่พบในคนที่มีพฤติกรรมค่อนข้างกระตือรือร้น (Active) จะมีความเกี่ยวข้องกับการมีชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น

นักวิจัยพบว่า ในกลุ่มคนที่อายุเกินกว่า 90 ปี จะมีอนุพันธ์ของยีน ตัวรับโดพามีน ที่ชื่อว่า DRD4 7R allele ในอัตราที่สูงกว่าคนอื่น และจากการทดลองกับหนูก็พบว่า ยีนตัวนี้มีความเี่กี่ยวข้องกับการมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นจริงๆ ศาสตราจารย์ โรเบิร์ต มอยซีส แห่งภาควิชาเคมีมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ และ ดร.โนรา  โวลคอฟ จิตแพทย์แห่งสถาบันวิจัยแห่งชาติบรูคฮาเว่น และสถาบันยาแห่งชาติ เป็นแกนนำในการวิจัย โดยได้ทำการศึกษาประชาการที่มีอายุเกิน 90 ปี ที่ย่านลากูนาวู้ดส์ แคลิฟอร์เนีย

ยีนเป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งของระบบโดพามีน อันเป็นระบบการส่งสัญญาณระหว่างประสาทและเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความตั้งใจและการเรียนรู้โดยมีรางวัลเป็นสิ่งจูงใจและกลุ่มยีน DRD4 7R allele นี้ จะตอบสนองต่อสัญญาณโดพามีน ซึ่งจะทำให้คนตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างกระตือรือร้น

ศาสตราจารย์มอยซีสเผยว่า คนที่มียีนจำพวกนี้จำนวนมากๆ มักจะเป็นคนที่ชอบเข้าร่าวมกิจกรรมทางสังคม กิจกรรมที่ต้องใช้สมองและกิจกรรมที่ใช้พละกำลังร่างกาย และยีนกลุ่มนี้ยังมีความเกี่ยวข้องความเป็นโรคจำพวกสมาธิสั้นหรือพวกไฮเปอร์ หรือกลุ่มที่มีการเสี่ยงว่าจะเป็นโรคนี้ด้วย

"ถึงแม้ว่ายีนอาจจะไม่ได้ส่งผลให้เกิดความอายุยืนโดยตรง แต่มันก็มีึความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจนกับการมีอายุยืนยาว และมีสุขภาพที่ดียืนยาว แต่เราก็พอจะบอกได้ว่า หากคุณเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมหรือกิจกรรมที่ต้องใช้พละกำลังมากเท่าไหร่า ก็เป็นไปได้มากขึ้นที่คุณจะมีอายุยืนยาว ซึ่งก็ตรงไปตรงมา" ศาสตราจารย์มอยชีสชี้แจง

ก่อนหน้านี้มีการค้นพบแล้วว่า ความกระตือรือร้นในชีิวิตเป็นสิ่งจำเป็นต่อการมีชีิวตยืนยาว และยังช่วยเยียวยาโรคทางประสาทเป็นต้นว่า อัลไซเมอร์ ได้ด้วย

ศาสตราจารย์มอยชีสและศาสตราจารย์ฉวนเจิ้ง เฉิน แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เออร์ไวน์ ก็เคยร่วมค้นพบมาแล้วว่า ยีนเพื่ออายุที่ยืนยาวจำพวกนี้ ถูกเลือกจากธรรมชาติในตัวมนุษย์ตั้งแต่สมัยนอมาติก เมื่อ 30,000 ปีก่อนแล้ว

แต่การศึกษาล่าสุดนี้ ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ตัวอย่างของยีนจากอาสาสมัครที่มีอายุเกิน 90 ปี จำนวน 310 คน จนพบว่า มียีนที่เกี่ยวข้องดังกล่าวมากกว่ากลุ่มควบคุมถึง 66 เปอร์เซ็นต์ โดยกลุ่มความคุมคือ ประชาการอายุระหว่าง 7 ถึง 45 ปี จำนวน 2,902 คน และการมียีนเหล่านี้ก็ช่างเกี่ยวเนื่องกับการมีกิจกรรมที่ใช้พละกำลังเสียเหลือเกิน

ขั้นตอนต่อมา ดร.โวลคอฟ และทีมงานได้พบว่า หนูที่มีไม่มียีน ดังกล่าวจะมีอายุขัยสั้นกว่ากลุ่มประชากรที่มียีนประมาณ 7 ถึง 9.7 เปอร์เซ็นต์  แม้ว่าสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงดูจะอุดมสมบูรณ์เช่นกัน

แม้จะมีหลักฐานว่ายีนเหล่านี้อาจหมายความถึงชีวิตที่ยืนยาว แต่ศาสตราจารย์มอยซีส ก็ยังต้องทำวิจัยต่อไปเพื่อหาประโยชน์ทางการแพทย์จากงานวิจัยชิ้นนี้

"อย่างไรก็ตาม เราก็เห็นได้ชัดว่าคนที่มียีนจำพวกนี้จะมีแนวโน้มที่จะำทำกิจกรรมที่ใช้พละกำลังมากกว่า ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีว่าีมีประโยชน์ต่อร่างกาย"


อ้างอิงจาก http://www.vcharkarn.com/vnews/154776

9 มี.ค. 2556

แนะนำการเลือกผ้าปูที่นอน

การเลือกผ้าปูที่เหมาะสม สามารถเพิ่มความสุขในการนอนได้มาก แต่เนื่องจากผ้าปูที่นอนในท้องตลาด มีหลายรุ่น หลายวัสดุ คุณอาจไม่แน่ใจว่าจะเลือกซื้อผ้ัาปูที่นอนอย่างไร จึงจะได้ผ้าปูที่นอนที่ถูกใจคุณมากที่สุด ถ้าคุณกำลังมองหาผ้าปูที่นอนใหม่สักชุด เนื้อผ้า คืออีกสิ่งที่คุณควรพิจารณา

ชนิดของเนื้อผ้า
  • ผ้าฝ้าย (Cotton)
              ผ้าฝ้ายมีหลายเกรด คุณภาพของผ้าฝ้ายวัดจากคุณภาพของเม็ดฝ้าย โดยดูว่าเม็ดฝ้ายสามารถดึงเป็นใยฝ้ายได้ยาวแค่ไหน เม็ดฝ้ายที่ดึงเป็นใยฝ้ายได้ยาวกว่าจะให้ผ้าฝ้ายคุณภาพดีกว่า  โดยผ้าฝ้ายคุณภาพดีที่สุดในท้องตลาดปัจจุบันผลิตจาก Egyptioan Cotton นอกนั้นยังมี Pima Cotton หรือที่บางทีเรียกกันว่า Supima ที่ถือเป็นฝ้ายทีีมีคุณภาพสูงอีกชนิดหนึ่ง Muslin Cotton จะมีคุณภาพต่ำลงมา นิยมใช้ในผ้าปูที่นอนเด็ก โดยเนื้อผ้าอาจมีความเรียบลดลง
  • ผ้าฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ (Poly Cotton)
              ระบายอากาศได้ไม่ดีเท่าผ้าฝ้ายแท้ แต่ยับน้อยกว่า และมีราคาไม่แพง
  • สักหลาด (Flannel)
              ทำจากขนสัตว์ (Wool) ผสมกับฝ้ายหรือใยสังเคราะห์ ส่วนผสมจากขนสัตว์ทำให้ผ้าสักหลาดมีความอุ่นมาก ส่วนมากใช้เฉพาะในฤดูหนาว การเลือกซื้อผ้าสักหลาดควรเลือกทีี่มี thread count สูงสุด ผ้าสักหลาดที่มี thread count ต่ำ อาจได้ความรู้้สึกไม่สบาย
  • ผ้าไหม (Silk)
              ผ้าปูที่นอนไหมให้ความรู้สึกหรูหรา มีราคาที่สุด แต่มีคุณสมบัติไม่ทน ดูแลรักษาและทำความสะอาดค่อนข้างยาก การเลือกซื้อผ้าไหมควรเลือกที่มี thread count สูงๆ ซึ่งอาจสูงถึง 400 นอกจากนั้นควรพิจารณาน้ำหนักผ้า (mome weight) ด้วย โดยผ้าไหมที่ดีควรมี moma weight ระหว่าง 12-19 ผ้าไหมที่มี moma weight ต่ำกว่า 12 จัดเป็นผ้าไหมที่มีความแข็งแรงต่ำและอาจเสียหายง่าย
  • ซาติน (Satin)
              ผ้าปูที่นอนซาตินมีความอ่อนนุ่ม และให้ความรู้สึกหรูหรา คำว่าซาตินจริงๆ แล้ว ไม่ได้หมายถึงวัสดุ แต่หมายถึงกรรมวิธีในการทอ เมื่อใช้วิธีการทอแบบนี้กับไหม โพลีเอสเตอร์, ไนลอน และฝ้าย จะได้ผ้าซาติน (Satin)  เมื่อใช้วิธีการทอแบบเีดียวกันกับฝ้าย จะเรียกว่าผ้า sateen โดยทั่วไปผ้าซาตินจะลื่นกว่าผ้าไหมและไม่คงทนเท่าผ้าที่ได้จการทอวิธีอื่น แต่สิ่งที่ได้มาคือนุ่มและสัมผัสที่ให้ความรู้สึกหรูหรา

              ผ้าปูที่นอนมีหลายประเภท ทำจากวัสดุหลายประเภท ตั้งแต่ขนสัตว์ที่ให้ความอบอุ่น Cotton ที่ให้ความรู้สึกสบายในการนอน ไปถึงผ้าซาตินที่ให้ความรู้สึกอ่อนนุ่ม หรูหรา นอกจากวััสดที่่ใช้แล้ว จำนวน thread count  ยังมีผลต่อคุณภาพของผ้าปูที่นอนเป็นอย่างมาก การเลือกผ้าปูที่นอนที่เหมาะสม เพิ่มความสุขในการนอนได้อย่างมาก หากคุณเป็นคนหนึ่งทีี่่ยังไม่เคยลองใช้ผ้าปูที่นอนนอกเหนือไปจาก Poly Cotton ธรรมดา คุณอาจพิจารณาผ้าปูที่นอนที่ำจากวัสดุพิเศษอื่นๆ เช่น Cotton 100% ซาติน หรือผ้าไหม เพื่อประสบการณ์ใหม่ที่อาจทำให้คุณไม่กลับไปหา Poly Cotton อีกเลย

ที่มา : http://www.beddingthai.com 

2 มี.ค. 2556

อาการปวดหลังที่ต้องรับการรักษา

         ร่างกายของคนเรานั้นมีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเราเองอยู่ ซึ่งช่วงเวลาการนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ร่างกายจะทำการซ่อมแซม ระบบของร่างกายการนอนหลับสนิทในช่วงเวลา 5 ทุ่ม ถึงตี 1 นั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดทำให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองและเราควรนอน หลับสนิทเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6-8 ชม.

         อาการปวดหลัง อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเพราะกระดูกสันหลังมีความสำคัญและยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะระบบประสาทดังนั้น เมื่อเกิดปวดหลังขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุก็อย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะจะทำให้ เรื้อรังและอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติในร่างกายก็ได้ ลักษณะอาการปวดหลังที่จำเป็นต้องรีบเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที ได้แก่


         1. อาการปวดหลังร่วมกับแขนขาชาไม่มีแรงกลั้น ปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ ซึ่งลักษณะอาการดังกล่าวเป็นไปได้ว่าไขสันหลังได้รับบาดเจ็บ ทางที่ดีควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพื่อทำการเอ็กซ์เรย์ตรวจกระดูกสันหลังและหาตำแหน่งที่บาดเจ็บ บางรายเพียงให้นอนพักรักษาตัวก็อาจหายจากอาการดังกล่าวได้ แต่บางรายอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด
         2. ปวดหลังบริเวณเอวและมีไข้หนาวสั่น สาเหตุของอาการอาจเกิดจากการติดเชื้ออักเสบของไต เมื่อรักษาไตจนเป็นปกติแล้ว อาการปวดหลังดังกล่าวก็จะหายไป
         3. การเลือกซื้อที่นอนที่ถูกสรีระของผู้นอนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากที่นอนแต่ละรุ่นแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันที่ชั้นวัสดุ ประกอบไปด้วย ความแน่น ความแข็ง ความนุ่ม การเลือกซื้อที่นอนให้เข้ากีบสรีระ จะทำให้การนอนหลับได้อย่างเต็มที่และไม่มีอาการปวดเมื่อรบกวน



http://nkfurniture.com/

23 ก.พ. 2556

เทคนิคการจัดแต่งบ้านให้ขายได้ภายใน 15 วินาที

ใครก็ตามหากต้องการขายบ้านเก่าให้ได้ภายใน 15 วินาที หรือน้อยกว่าจะต้องลงทุน อุทิศเวลา และให้ความสำคัญกับการดำเนินการทุกอย่างเพื่อทำให้บ้านเป็นที่ดึงดูดใจของผู้พบเห็นในครั้งแรกให้ได้ คือจะต้องทำการจัดแต่งบ้านก่อนขายทุกครั้งนั่นเอง 

คนทั่วไปมักมองว่าการจัดแต่งบ้านทั่วไปเพื่อขาย (Staging) มีความหมายเช่นเดียวกับ "การตกแต่งภายใน" แต่จริงๆ แล้วทั้ง 2 เรื่องกับแตกต่างกันสิ้นเชิง ทั้งนี้ การตกแต่งภายในจะเป็นการตกแต่งบ้านให้สวยงาม สะดวกสบาย โดยวัตถุประสงค์เพื่อสนองตอบรสนิยม ความชอบ และความต้องการส่วนตัวของเจ้าของบ้าน หรือผู้อยู่อาศัยในบ้านเป็นสำคัญ   แต่สำหรับการจัดแต่งบ้านเพื่อขายแล้วจะเป็นการจัดแต่งทั้งภายในและภายนอก เพื่อให้พร้อมขาย หรือพร้อมโชว์ให้ผู้ซื้อเห็นเมื่อเดินเข้ามาดู โดนจะเน้นทำให้บ้านน่าอยู่ ต้องตาต้องใจผู้พบเห็นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตามวัตถุประสงค์หลักก็คือ ทำให้บ้านขายได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ขายได้ราคาขึ้นด้วย  ทั้งนี้การจัดแต่งบ้านเพื่อขายจะเน้นการดำเนินเพื่อลดการเป็นส่วนตัว (Depersonalize) ของเจ้าของเก่าลง เพื่อเปิดช่องให้ผู้ซื้อหรือเจ้าของใหม่เกิดจินตนาการหรือจิตนาภาพในการเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านได้ ซึ่งกลิ่นอายและรูปลักษณ์ความเป็นส่วนตัของเจ้าของเดิมที่สะสมอยู่ในบ้าน ในลักษณะอยู่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งสะสมอยู่มากเท่านั้นเป็นสิ่งที่ต้องหาทางขจัดออกไปให้ได้  การจัดแต่งบ้านโดยทั่วไปมักอาศัยหลักอ้างอิง 5 ข้อ " หลัก 5 C (The Five C's of Successful Staging)"
           
        C ตัวแรกก็คือความสะอาด โดยเน้นให้บ้านสะอาดเรียบร้อยหมดจดในทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นพรม พื้นบ้าน ผนัง เคาว์เตอร์ ห้องนำ้ ฯลฯ นั่นคือพอเห็นแล้วจะต้องดูเนี๊ยบและทันสมัยอยู่ตลอด

         C ที่สองคือต้องไม่มีสิ่งของรกระเกะระกะ (Clutter Free)  สำหรับสิ่งของๆ เจ้าของเดิม หรือของผู้ขายนั่นคืออะไรที่เป็นสิ่งของส่วนตัวในบ้านจะต้องนำออกไปให้หมด

         C ที่สามคือ สี (Color) เน้นจัดแต่งโดยใช้สีให้เหมาะสม ทั้งนี้ตัวเราอาจชอบสีบางสีซึ่งเป็นสีที่สอดคล้องกับเฟอร์นิเจอร์บางอย่างของเรา แต่ต้องระลึกไว้เสมอว่าผู้ซื้ออาจไม่ชอบสีนั้นด้วยก็ได้ ดังนั้งจึงต้องเฟลี่ยนมาเป็นสีที่เปิดช่องให้ผู้ซื้อคิดเองได้ด้วย

         C ที่สี่คือเน้นทำให้เกิดความคิดที่สร้างสรรค์ (Creativity) คือจะต้องพยายามจัดแต่งหรือทำบางอย่างให้เกิดขึ้นกับบ้าน เพื่อทำใหู้้ซื้อที่มาดูบ้านจดจำและพูดถึงบ้านให้ได้

         C ตวสุดท้ายคือการประนีประนอม (Compromise) การจัดแต่งบ้านทุกอย่างที่ทำออกมาจะต้องเป็นโทนกลางๆ ที่ใตรเห็นก็ยอมรับได้ เพื่อทลายกำแพงกั้นระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อให้ได้

          การจัดแต่งบ้านเพื่อขายให้เก๋ไก๋และดึงดูดใจผู้ซื้อที่นิยมทำกัน และคนส่วนใหญ่เชื่อกันว่าทำแล้วแรงและโดนใจคนซื้อได้มากมักครอบคลุมการจัดแต่งบ้านเพื่อขาย ใน 7 ส่วนหลักๆ คือ
          1. การจัดแต่งพื้อที่หรือลานหน้าบ้าน (The Front Yard) ให้สวยงามและชวนดู
          2. ทำสีเคลือบเงาประตูหน้าบ้านและประตูทางเข้า และดูแลไม่ให้มีหยักไย่ใยแมงมุม
          3. ทาสีภายนอกและภายในใหม่ 
          4. พื่้นบ้าน เช่น พรม พื้นไม้ และกระเบื้องปูพื้น จะต้องไม่มีรอยเปื้อน รอยด่างและรอยสกปรก
          5. ทำทุกส่วนในบ้านให้เขียวขจี สะอาด และเน้นแสดงออกถึงการมีสุขภาพดี ความเจริญงอกงาม
          6. จัดแต่งเฟอร์นิเจอร์ในบ้านให้เหมาะสม ต้องไม่มีมากมายจนดูรกรุงรังจนเกินไป
          7. ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในบ้าน รวมทั้งลดเสียงหรือความรู้สึกสับสนอลม่านของบ้านให้น้อยลงหรือหมดไป


21 ก.พ. 2556

การดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ไม้


รอยขีดข่วน ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำมันชักเงาถู รอยขีดก็จะหายไปคราบเปื้อนจากสี ถ้าสียังไม่แห้งก็แก้ไขเหมือนรอยขีดข่วน แต่ถ้าแห้งแล้วให้ใช้น้ำมันสนชโลมบริเวณคราบนั้น จนกว่าคราบสีจะอ่อนตัวและหลุดไป จากนั้นใช้น้ำมันชักเงาถูให้สะอาด

หากเกิดรอยคราบ เป็นวง ให้ใช้กระดาษซับแบบหนาวางทับเหนือรอยคราบเท่านั้น จากนั้นใช้เตารีดที่มีไฟปานกลางนาบซ้ำกันหลายๆหนจนกว่ารอยนั้นจะหายไป หรือจะใช้ผ้า หรือสำลีชุบน้ำมันการบูรถูก็ได้ หากมีรอยหยดของน้ำตาเทียน ซึ่งแม้จะขูดเทียนออกไปแล้วยัง มีรอยอยู่ให้ใช้ผ้าชุบหัวน้ำมันเช็ด ถู และขัดซ้ำด้วยน้ำยาชักเงา เช็ดด้วยผ้าสะอาดให้แห้งรอย ที่เกิดจากความร้อน ให้ใช้หัวน้ำมันถู แล้วซับให้สะอาดด้วยผ้าแห้งซ้ำๆ กันหลายๆ หน คราบก็จะค่อยๆ หายไป


http://nkfurniture.com

19 ก.พ. 2556

จัดฮวงจุ้ย "ห้องนอน" เสริมสุขภาพ

ห้องหนึ่งที่สำคัญที่สุดในบ้านนั่นคือห้องนอน ในทางฮวงจุ้ยเรามักพบว่าซินแสทุกคนจะให้ความสำคัญกับ "ห้องนอน" เป็นอย่างมาก เพราะถือว่าห้องนอนเปรียบเสมือนแหล่งประจุพลังที่สำคัญสำหรับชีวิต

หลักการของห้องนอนที่ดีคือต้องทำให้เราหลับพักผ่อนได้สนิท ให้ร่างกายฟื้นฟูพลังชีวิตเพื่อที่จะได้มีพลังรับมือกับวันใหม่ ดังนั้น ห้องนอนที่ดีจะต้องมีอากาศจากภายนอกถ่ายเทเข้ามาได้ หมายถึงเราควรได้ัรับอากาศใหม่ๆ ทุกวัน ดังนั้นห้องนอนจึงควรมีหน้าต่าง และทุกวันควรเปิดประตูหรือหน้าต่างรับอากาศเข้ามาบ้าง อย่างน้อยแค่ 20 นาทีก็ยังดี ห้องนอนที่มีลักษณะสมมาตรหรือเป็นสี่เหลี่ยมจะเป็นห้องนอนที่มีการไหลเวียนของอากาศดีที่สุดและห้องนอนที่โล่งโปร่ง เพดานสูงจะทำให้สามารถบรรจุพลังปราณได้มาก

ส่วนปัจจัยที่อาจรบกวนกานนอนหรือส่งผลกระทบต่อการนอนหลับที่ดีในทางฮวงจุ้ยมีดังนี้

ส้วม  โดยปกติไม่ควรมีส้วมอยู่ในห้องนอน เพราะหากไม่รักษาความสะอาดก็จะมีกลิ่นรบกวน และการกดชักโครกก็จะเกิดเสียงดังรบกวนคนนอนข้างๆ ด้วย หากห้องนอนต้องทำส้วมไว้ก็ขอให้อยู่ไกลจากหัวนอนที่สุด และรักษาความสะอาดให้ดีด้วย

คาน   เราไม่ควรนอนอยู่ใ่ต้คาน เพราะบริเวณนั้นการไหลเวียนของอากาศไม่ดี จึงเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยได้ง่าย วิธีการแก้เรื่องคานนอกจากจะย้ายออกไปจากคานแล้ว การทำฝ้าปิดคานไว้ก็เป็นการแก้อีกวิธีหนึ่ง

ฝ้าหลุม  หลายบ้านนิยมทำฝ้าหลุมในห้องนอนหรือบริเวณเตียงนอน นั่นอาจเป็นการปั่นทอนสุขภาพได้ เพราะฝ้าหลุมก็เปรียบเหมือนคานอย่างหนึ่ง จึงไม่ควรทำฝ้าหลุมในห้องนอน และหากมีก็ควรปิดให้เป็นฝ้าเรียบไปซะ

ฝุ่น  ห้องนอนที่มีฝุ่นมากคนนอนก็มีโอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้มาก และหากหัวนอนเต็มไปด้วยข้าวของจำนวนมาก นอกจากฝุ่นจะจับได้ง่ายแล้ว ยังทำให้การไหลเวียนของพลังงานในตำแหน่งที่รกทำไ้้้ด้ไม่ดีด้วย

เสียงรบกวน   หากผนังห้องนอนและผนังประตูเป็นผนังเดียวกัน โอกาสที่จะเกิดเสียงดังรบกวนเวลาเปิดปิดประตูห้องนอนก็บ่อย คนที่นอนอยู่ในห้องจะถูกรบกวนหรือตกใจได้ง่ายจนหลับได้ไม่สนิท ทางที่ดีควรนอนให้ห่างจากประตูให้มากที่สุด

แสงไฟ   การติดตั้งหลอดไฟส่องตรงมาที่หน้าหรือส่องโดนลำตัวของคนนอนถือเป็นสิ่งไม่ดี เพราะจะทำให้เจ็บป่วยทางระบบประสาทได้ง่าย ทางที่ดีควรใช้โคมไฟหรือออกแบบห้องนอนไม่ให้ส่องโดนลำตัวคนนอนโดยตรง

แสงสว่างจากภายนอก  หัวนอนควรเป็นลักษณะทึบเพื่อป้องกันแสงรบกวนจากภายนอก หรือจะใช้ม่านทึบแสงเพื่อบังแสงที่เกิดจากไฟส่องสว่างตามถนนนอกบ้าน หรือแสงไฟจากหน้ารถยนต์ที่สาดแสงเข้ามาก็ได้ เพราะเงาวูบวาบดังกล่าวอาจทำให้คนเราฝันร้ายได้ง่าย หรือการติดตั้งกระจกเงาไว้ข้างเตียงก็ทำให้คนขวัญอ่อนรู้สึกกลัวได้ง่ายหากตื่นขึ้นมางัวเงียกลางดึก

หม้อแปลงไฟฟ้า  การนอนในห้องที่ตั้งอยู่ใกล้หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เป็นเวลานานเป็นสิ่งไม่ดี เพราะแรงดันจากกระแสแม่เหล็กไฟฟ้าที่มากเกินไปจะทำให้ระบบของเซลล์ทำงานผิดปกติ

เครื่องปรับอากาศ  การนอนใต้เครื่องปรับอากาศอาจทำให้มีสภาพหลับไม่สนิทได้  เพราะเครื่องปรับอากาศมีแรงดันไฟฟ้าสูง และจะรบกวนคลื่นสมองของคนนอนตลอดทั้งคืน จึงไม่ควรติดตั้งเครื่องปรับอากาศไว้บนหัวนอน

อย่างไรก็ตามปัจจัยกระทบดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดตำแหน่งต่างๆ ในห้องนอน  การเสริมฮวงจุ้ยด้วยพลังประจำปี และที่สำคัญมากที่สุดอีกอย่างคือาการรู้ดวงชะตาของเจ้าของบ้านหรือเจ้าของห้อง เพื่อปรับแก้หรือเสริมดวงชะตา เช่น การเลือกวัสดุและสีสันของวอลเปเปอร์ เฟอร์นิเจอร์ชนิดต่างๆ หรือการเลือกวางอุปกรณ์เสริมโชคหรือลดทอนพลังร้าย เป็นต้น 

ข้อมูล : อาจารย์มาศ  เคหาสน์ธรรม
             HOME BUYER'S GUIDE

13 ก.พ. 2556

แต่งห้องนอนสไตล์โมเดิร์น

สไตล์โมเดิร์นยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนอาจกล่่าวได้ว่าเป็นสไตล์ที่ร่วมสมัย ไม่มีเชยค่ะ เพราะการแต่งห้องแนวนี้ทำได้ง่าย และขอบอกว่า Size does not matter คือขนาดของห้องไม่มีปัญหาค่ะ ไม่ว่าจะห้องเล็กหรือใหญ่ ก็สามารถทำให้ดูเดิร์นได้ไม่ยาก


ด้วยหลักการง่ายๆ ของการบาลานซ์สีให้เข้ากันทั้งผนัง ห้อง เตียง ชุดเครื่องนอนและเฟอร์นิเจอร์ โดยสไตล์โมเดิร์นนี้มักนิยมใช้ของน้อยชิ้น ดีไซน์เก๋ให้ความรู้สึกเรียบหรูก็ได้ หรือเรียบง่ายแต่เท่ห์ก็เลิศ

หลายคนมองว่าการแต่งห้องนอนสไตล์โมเดิร์นนั้นเลือกสียากเหลือเกิน เพราะสไตล์นี้มักมีสีหลักคือขาว ดำ เทา ไม่เหมาะจะใช้ในห้องนอนเพราะจะทำให้ดูทึบทึมน่าหดหู  ซึ่งไม่จริงเลยค่ะ สีเทานั้นเป็นสีที่ทันสมัยไดใช้ได้ตลอด เพียงเแค่คุณเลือกให้เฉดอมขาวสักหน่อย ออกแนวสว่างแต่ไม่สะท้อนแสงจ้าแสบตาเหมือนสีขาว เอาแค่พอสะท้อนแสงไฟสวยมาใช้ทาผนังแล้วเลือกสีพื้นเป็นสีอ่อนก็จะช่วยกระจายแสง อีกทั้งยังทำให้พื้นที่ในห้องดูกว้างขึ้นได้ เสริมด้วยการเลือกใช้หลอดไฟแบบสปอตไลท์แทนหลอดนีออน จะให้แสงนุ่ม สวยงามกว่า

เฟอร์นิเจอร์ของสไตล์นี้นั้น จะเน้นตู้ โต๊ะ เตียง ที่มีโลหะหรือไม้เป็นส่วนประกอบ และเน้นที่ดีไซน์ เลือกแบบให้เก๋ๆ ไม่ตรงทื่อ หรือลวดลายเยอะแยะเกินจำเป็น ขนาดของห้องไม่สำคัญแต่ขนาดของเฟอร์นิเจอร์สำคัญค่ะ เราจะไม่ใช้โต๊ะเก้าอี้ตัวใหญ่ หรือรูปภาพไซส์ยักษ์มาติดผนัง เพราะครั้งนี้เรามีธีมว่าเรียบหรูดูเท่ห์ค่ะ อย่าลืม

ส่วนผ้าม่านและเครื่องนอน ทั้งผ้าปูที่นอน ปลอดหมอน และผ้าห่มนั้น สำหรับคนที่มีพื้นที่น้อยแต่อยากให้ห้องนอนดูกว่าง ไม่อึดอัด ให้เลือกใช้โทนสีสว่างทั้งผ้าม่าน ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน ส่วนผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียงนั้นให้ปรับเปลี่ยนตามสีของห้อง

การแต่งห้องนอนสไตล์โมเดิร์นนั้น สามารถจับคู่สีได้หลากหลายไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นสีเอิร์ธโทนอย่างน้ำตาล เบจ ครีม เทา หรือสีสดใส เช่น แดง ม่วง เหลือง เขียว ชมพู น้ำเงิน ฯลฯ จุดสำคัญคือจะมีสีขาวและดำ เฟอร์นิเจอร์มีโลหะ หรือไม้เป็นส่วนผสมเสมอ และต้องคุมโทนให้อยู่หมัด

ไฮไลท์ที่ต้องจีดเส้นใต้หนาๆ เลยคือ ต้องคิดให้เสร็จ ร่างแบบหรือจดความต้องการ (จะจดคร่าวๆ พอเข้าใจหรือเอาให้ละเอียดทุกซอกทุกมุม ก็ตามสะดวก) แล้วไปซื้อของพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวค่ะ หรือหากอับจนด้วยปัญหาทุนทรัพย์ เมื่อจะหาของแต่งห้องเพิ่มเติมจะได้ไม่หลุดโลกออกวงโคจรไปเสียก่อนค่ะ

เครดิต : นิตยสาร TOTO

12 ก.พ. 2556

7 วิธีการบริหารสมองให้สดชื่น

1. นวดใบหูกระตุ้นความเข้าใจ
     วิธีนี้ทำได้โดยการนั่งพักสบายๆ แตะปลายนิ้วทั้ง 2 ข้างที่ใบหู เคลื่อนนิ้วไปยังส่วนบนของหู จากนั้นบีบนวดและคลี่รอยพับขอบใบหูทั้ง 2 ข้างออก ค่อยๆ เคลื่อนนิ้วลงมานวดบริเวณอื่นๆ ของใบหูดึงเบาๆ เมื่อถึงติ่งหู ดึงลง ให้ทำซ้ำกัน 2 ครั้ง วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการได้ยิน และทำให้ความเข้าใจดีขึ้น เพราะเป็นการคลายเส้นประสาทบริเวณใบหูที่เชื่อมสมอง

2. บริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่
     ให้มือซ้ายจับไหล่่ขวา บีบกล้ามเนื้อให้แน่นพร้อมหายใจเข้า จากนั้นหายใจออกและหันไปทางซ้ายจนสามารถมองไหล่ซ้ายของตัวเอง จากนั้นสูดลมหายใจลึกๆ วางแขนซ้ายลงบนไหล่ขวา พร้อมกับห่อไหล่ ค่อยๆ หันศรีษะกลับไปตรงกลางและเลยไปด้านขวา จนกระทั่งสามารถมองข้ามไหล่ของคุณได้ ยืดไหล่ทั้ง 2 ข้างออก ก้มคางลงจรดหน้าอกพร้อมกับสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อของคุณได้ผ่อนคลาย เปลี่ยนมาใช้มือขวาจับไหล่ซ้ายบ้างและทำซ้ำกันข้างละ 2 ครั้ง วิธีนี้จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อตรงส่วนลำคอและไหล่ การได้ยิน, การฟัง และช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการนั่งโต๊ะทำงานเป็นเวลานานอีกด้วย

3.  นวดจุดเชื่อมสมอง

      วางมือข้างหนึ่งไว้บนสะดือ มืออีกข้างหนึ่งใช้ินิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้วางบนกระดูกหน้าอกบริเวณใต้กระดูกไหปลาร้า และค่้อยๆ นวดทั้ง 2 ตำแหน่ง ประมาณ 10 นาที วิธีนี้จะช่วยลดความงงหรือสับสนกระตุ้นพลังงานและช่วยให้มีความคิดแจ่มใส

4.  ประสานงานสมอง
      การเขียนเลข 8 ในอากาศด้วยมือทั้ง 2 ข้างๆ ละ 5 ครั้ง โดยเริ่มจากด้านซ้ายของเลขก่อน แล้วเขียนวนไปให้เป็นเลข 8 วิธีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอ่านและการทำความเข้าใจดีขึ้น และทำให้สมองด้านซ้ายและด้านขวาประสานงานกัน

5.  น้ำเปล่้าหล่อเลี้ยงสมอง
      วางขวดน้ำไว้ใกล้ๆ โต๊ะของคุณเป็นประจำ และคอยจิบทีละน้อย วิธีนี้จะช่วยให้จิตใจและร่างกายของคุณตื่นตัวตลอดเวลา และสมองก็จะเปิดว่างสามารถรับสารหรือข้อมูลได้ดี เพราะน้ำจะช่วยปรับสารเคมีที่สำคัญในสมองและระบบประสาทถ้าเวลาที่รู้สึกเครียด เพราะขาดน้ำ จึงควรจิบน้ำให้ร่างกายได้รับน้ำ เพื่อไปหล่อเลี้่ยงระบบของร่างกาย


6.  กดจุดคลายเครียด
      ใช้นิ้ว 2 นิ้ว กดลงบนหน้าผากทั้ง 2 ด้าน ประมาณกึ่งกลางระหว่างขนคิ้วและตีนผม กดค้างไว้ประมาณ 3-10 นาที วิธีนี้จะช่วยคลายความตึงเครียดและเพิ่มการหมุนเวียนโลหิตเข้าสู่สมอง

7.  บริหารสมองด้วยการเขียน
     เขียนเส้นขยุกขยิกด้วยมือทั้ง 2 ข้าง พร้อมๆ กัน ลายเส้นที่เขียนอาจจะดูเพี้ยนๆ แต่ได้ผลดีต่อระบบสมองเป็นอย่างดีทีเดียว วิธีนี้จะช่วยให้เกิดการปรับปรุงการประสานงานของสมอง ด้วยการทำให้สมองทั้ง 2 ซีกทำงานพร้อมกัน และเพิ่มความชำนาญด้านการสะกดคำและคำนวณให้รวดเร็วขึ้นอีก


ที่มา : แมกกาซีน avenue นนทบุรี

11 ก.พ. 2556

การดูแลโซฟาหนัง



สำหรับการดูแลรักษาโซฟาหนังมีวิธีอยู่ 2 แบบ คือ

แบบ LEANING หมายถึงการทำความสะอาด คราบสกปรกออกไป โดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาด ๆ เพื่อเช็ด ถู ประมาณ 6 เดือน จึงทำครั้งหนึ่ง ส่วนอีกแบบ WAX หมาย ถึงการเคลือบเงาให้เฟอร์นิเจอร์หนังดูใหม่และ เงาอยู่เสมอ ด้วยน้ำยาเคลือบหนังที่มีขายทั่วไป ซึ่งถ้าเฟอร์นิเจอร์หนังของคุณอยู่ในห้องปรับอากาศที่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องเช็ดบำรุงรักษาบ่อยมากนัก แต่ถ้าเฟอร์นิเจอร์ถูกแดดและโดนฝุ่นบ่อย ๆ ก็ต้องหมั่นดูแล รักษาความสะอาดอยู่เสมอ พื้นที่สำหรับเช็ดถูบ่อย ๆ มักจะอยู่บริเวณส่วนที่ใช้งานใช้ประจำ เช่น ที่นั่ง พนักพิงศีรษะ ท้าวแขนและพนักพิง หลัง ซึ่งเกิดการหมักหมมของเหงื่อและความสกปรก ไม่จำเป็นต้องเช็ดไปถึงด้านหลังโซฟาหรือด้านนอกอื่น ๆ บ่อยเกินไป แค่ประมาณปีละครั้งก็พอ

น้ำยา ทำความสะอาดอื่น ๆ ทั่วไป ที่ไม่ใช่เฉพาะเครื่องหนังไม่ควรนำมาใช้ร่วมกัน เพราะอาจทำให้เกิดความ เสียหายได้ หากมีรอยเลอะต่าง ๆ เกิดขึ้นให้รีบใช้ผ้าสะอาดมาเช็ดออกทันที เพราะฝุ่นกับเหงื่อเป็นศัตรูหลัก ของหนังโดยเฉพาะถ้าห้องของคุณมีความชื้นและฝุ่นเยอะก็ควรระมัดระวังเป็น พิเศษ ข้อควรระวัง คือ ไม่ตั้งเฟอร์นิเจอร์หนังให้ถูกกับแสงแดดโดยตรง หรือวางใกล้กับความร้อนมากเกินไป อาจทำให้หนังแห้งและเกิดรอยแตกได้ 

นอก จากหนังแท้ทั่วไปแล้ว ยังมีประเภทเฟอร์นิเจอร์หนังกลับ ส่วนนี้จะใช้การดูแลรักษามากกว่าหนังแท้ที่ กล่าวไป เพราะหนังกลับจะเก็บความสกปรกไว้ได้มากที่สุด วิธีการทำความสะอาด ให้ใช้แปรงขนสีดำค่อน ข้างแข็ง แปรงไปในทางเดียวกัน ประมาณ 1-2 อาทิตย์ต่อครั้ง แต่หากเกิดรอยเปื้อนมาก ให้ใช้แปรงสีฟันจุ่ม ลงน้ำสบู่พอหมาด ๆ แล้วแปรงบริเวณรอยเปื้อนไปในทางเดียวกัน จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดออกอีกครั้ง ส่วนที่เป็นผ้าคล้ายหนังควรใช้ สก็อตการ์ด พ่นเพื่อป้องกันน้ำและฝุ่น เท่ากับเป็นการเคลือบด้วย ทำ ประมาณ 6 เดือนต่อครั้งก็นับว่าใช้ได้ อย่างไรก็ตาม เฟอร์นิเจอร์เครื่องหนังจะมีสภาพการใช้งานที่ยาวนานขึ้นอยู่กับการบำรุง ดูแล รักษา เป็นสำคัญ

http://nkfurniture.com/

10 ก.พ. 2556

เทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพการนอน



เป็นที่ทราบกันดีว่า หากคนเรานอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ย่อมส่งผลให้มีสุขภาพแข็งแรงสมองปลอดโปร่ง จิตใจแจ่มใส เปี่ยมพลังทั้งกายและใจในการทำกิจกรรมแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพนำความสำเร็จมาสู่ชีวิต ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเวลานอนหรือจำนวนชั่วโมงที่ได้นอนเป็นหัวใจสำคัญของการนอนหลับเพื่อสุขภาพที่ดี แต่แท้ที่จริงแล้ว "คุณภาพการนอน" (Quality of Sleep) เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่คนส่วนใหญ่มองข้าม เพราะหากคุณต้องหลับๆ ตื่นๆ เนื่องจากที่นอนไม่สบายตัว หรือตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหลัง โรคภูมิแพ้ ตามรังควานอยู่ทุกค่ำคืน แม้คุณได้นอน 8-10 ชั่วโมงต่อวันก็ไร้ความหมายเพราะร่างกายไม่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
     
ที่่นอน ซินด้า ตระหนักถึงความสำคัญของการหลับอย่างมีคุณภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณและครอบครัวที่คุณรัก จึงได้วิจัยและพัฒนาโดยอาศัยเทคโนโลยีล้ำหน้าเพื่อสุขภาพการนอนจาก สวิตเซอร์แลนด์ มุ่งมั่นที่จะผลิตที่นอนซึ่งรวมคุณสมบัติที่ดีที่สุดเอาไว้ด้วยกันทั้งระบบสปริง ชั้นรองรับความนุ่มสบายรวมถึงผ้าหุ่มที่นอนซึ่งสามารถป้องกันไรฝุ่นและแบคทีเรีย เพื่่อให้คุณหลับอย่างมีสุขอนามัย หายใจได้อย่างเต็มปอดและสบายในทุกอิริยาบถของการเคลื่อนไหวขณะที่หลับ กระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อทุกส่วนผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ คุณจึงหลับสนิทตลอดคืน พร้อมตื่นอย่างสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ปราศจากอาการปวดหลัง หรือโรคภูมิแพ้ หอบหืด มอบสุขภาพที่แข็งแรงและสร้างสรรค์การนอนหลับให้เป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่ดีที่สุดของคุณ

9 ก.พ. 2556

คุณสมบัติเด่นของคิวไลน์สแตนเลส


ด้วยประสบการณ์ความชำนาญกว่าทศวรรษในด้านการผลิตและออกแบบเฟอร์นิเจอร์หวายสังเคราะห์ภายใต้แบรนด์ Q Line คุณภาพสูง ดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ในระดับพรีเมี่ยม และในฐานะผู้ส่งออกชั้นนำ โดยผสานเฟอร์นิเจอร์ เครื่องตกแต่ง และเครื่องใช้ภายในบ้านเข้ากับโครงโลหะหลากชนิด โดยเฉพาะโครงสแ่ตนเลส แบรนด์คิวไลน์ จึงได้ขยายธุรกิจต่อเนื่องไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์สแตนเลส อาทิ หมวดเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ภายในบ้าน ที่ผลิตจากวัตถุดิบสแตนเลสชั้นดีเกรด A ซึ่งได้ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งผลิตชั้นนำในต่างประเทศและกระบวนการผลิตที่ทันสมัย เพื่อให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์สแตนเลสแต่ละประเภท ตามดีีไซน์แบบฉบับเฉพาะของคิวไลน์ และตามการใช้สอยในแต่ละผลิตภัณฑ์


ข้อดีของคิวไลน์สแตนเลส

- ป้องกันสนิมได้ดี ต้านทานอุณหภูมิสูง/ต่ำได้ดี ทนทาน
- ดีไซน์นำสมัย เก๋ไก๋ บางเบา โค้งมน (Slim-line & Curvy) ไม่เทอะทะ
- ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ
- ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (สามารถนำกลับมาใช้่ใหม่ ได้เกือบ 100%)











8 ก.พ. 2556

แมลงร้ายในที่นอน

หลายคนอาจเคยประสบปัญหา โดนแมลงกัดระหว่างหลับใหล แต่ไม่รู้ตวอะไรเพราะตื่นมาก็เหลือเพียงรอยผื่นแดง  แถมคันคะเยอไว้บนตัวมากมาย แต่หาผู้ร้ายไม่เจอ เลยพาลโทษมดโทษยุงไปเรื่อย และไม่ได้ใส่ใจมากนัก ความจริงอาจมีสัตว์ตัวเล็กๆ อีกชนิดหนึ่งที่อาศัยในที่นอน หมอน ตามซอกหลืบขอบเตียง ร่วมกับเราก็เป็นไป

แต่เมื่อเอ่ยถึงแมลงบนที่นอนที่มีส่วนทำลายสุขภาพ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงไรฝุ่น ที่มีผลก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ ซึ่งปัญหาไรฝุ่นนั้น แก้ได้ไม่ยาก ด้วยการนำเครื่องนอนออกตากแดด ซักทำความสะอาดบ่อย ๆ แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อีกชนิดหนึ่งที่อาศัยที่นอน หมอน เตียงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ และสร้างความรำคาญให้กับมนุษย์อย่างเรา เจ้านี่มีชื่อเรียกว่า เรือด

เรือด หรือที่ฝรั่งเขาเีรียกกันว่า เบดบั๊ก (Bedbug) เป็นสิ่งมีชีวิตประเภทปรสิต ดูดเลือดสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร มีขนาดตัวประมาณ 2-5 มิลลิเมตร สีน้ำตาลแดง และจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขึ้นจนดำเมื่อดูดเลือด มักทำรังอยู่ตามซอกหลืบ รอยแยกผนัง รอยแตกตามพื้นโดยเฉพาะที่เป็นไม้ ชอบอยู่ในที่มืดและเย็น และจะแพร่พันธุ์ได้ดียิ่งขึ้นไปอีกเมื่อสถานที่นั้นๆ หมักหมมไม่ค่อยได้ัรับการทำความสะอาด อย่างเช่น เบาะรถ ที่นอน หรือที่นั่งในโรงภาพยนตร์

ซึ่งในบ้านเราเคยเป็นข่าวใหญ่โตในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา ที่มีการร้องเรียนจากผู้โดยสารรถไฟว่าพบเจ้านี่เต็มตู้ และสร้างความเดือดร้อนจนบางคนยอมยืนตั้งแต่ขึ้นจนถึงปลายทางเลยทีเดียว ในต่างประเทศเองโดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกาก็เป็นข่าวใหญ่โตไม่แพ้กันเพราะมีการพบเจ้าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้เพิ่มจำนวนขึ้นมากมายจน่าตกใจ โดยมีการสันนิษฐานว่า เรือด เกาะติดมากับนักท่องเที่ยวประเภท Backpacker ที่ชอบวางเป้ตามพื้นที่สกปรก  มันจึงเกาะติดมากับกระเป๋าและแพร่กระจายไปยังสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเหล่านั้นเดินทางต่อไป

กลิ่นเลือดและไออุ่นจการ่างกายของมนุษย์จะดึงดูดเจ้าเรือดให้ออกมาหาในตอนกลางคืน หากเราหลับสนิทก็จะไม่รู้สึกตัวระหว่างมันปฏิบัิติการสูบเลือด แต่จะทิ่งรอยผื่นแดงไว้บนผิวหนังให้เราดูต่างหน้าในตอนเช้า แถมยังคัน ยิ่งคันยิ่งเกายิ่งเมามัน จนเกิดแผลอักเสบลุกลามไปทั่วร่างกาย และเกิดการติดเชื้อซ้ำ ทำให้แผลหายยากขึ้นไปอีก

หากโดนกัดเมื่อพบรอยผื่นแล้วให้รีบล้างทำความสะอาด ด้วยสบู่และน้ำ ทันที่ หากมีอาการรุนแรงมากขึ้น ให้่รีบปรึกษาแพทย์ ส่วนวิธีการป้องกันให้เจ้าตัวร้ายมาอาศัยร่วมชายคาเดียวกับเรา ก็ต้องหมั่นรักษาความสะอาดของบ้านโดยเฉพาะห้องนอนเปลี่ยนไปใช้เตียงเหล็กแทนเตียงไม้ ดูแลซ่อมแซมผนัง พื้น ที่มีรรอยแยกแตกชำรุดเพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัย และขนผ้าห่ม หมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าคลุม ปลอกหมอน หมอนข้าง ฯลฯ ที่สัมผัสตัวเราทั้งหมดไปซักด้วยนำ้ร้อนและอบด้วยความร้อนสูง จนแห้งสนิทก่อนนำมาใช้งานอยู่เสมอ ก็จะช่วยกำจัดตัวเรือดให้พ้นไปจากบ้านของเราได้

ที่มา : นิตยสาร TOTO

31 ม.ค. 2556

ตู้หนังสือ Breeze Book Case


Production Information

  • Breeze Bookcase ตู้หนังสือ (วางเครื่องไฟฟ้าใช้งานได้)
  • วัสดุ : ไม้จริง  แผงข้าง MDF
  • ขนาด : ก 34 x ย 100 x ส 150 cm.


ตู้หนังสือ Breeze Bookcase เป็นตู้หนังสือที่ออกแบบให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่มีดีไซน์ที่ดูอบอุ่นเหมาะสำหรับบ้านสมัยใหม่ เพราะความสุขและความสะดวกสบายในบ้าน เป็นสิ่งที่เราทุกคนแสวงหา ผู้ผลิตเข้าใจลึกซึ้งถึงวิถีชีวิตและความต้องการของคนสมัยนี้ เพราะของใช้ Hi-tech เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น iPod, iPhone รวมถึงอุปกรณ์ทันสมัยต่างๆ อีกมาก ตู้หนังสือรุ่นบรีสจากบริษัท จึงเป็นตู้หนังสือรุ่นเดียวในตลาดที่มีช่องร้อยสายไฟ ออกไปทางด้านหลัง นี่คือความละเอียดอ่อนที่เราไม่เคยมองข้าม ด้วยการออกแบบอย่างพิถีพิถันนี้เองจึงทำให้คุณตั้ง iPod Stand" กรอบรูป Digital หรือเครื่องเสียงได้อย่างลงตัวแบบสบายๆ หรือคุณจะร้อยสายชาร์ทไฟโทรศัพท์มือถือตั้งทิ้งไว้ก็ทำให้สะดวกสบายไม่น้อย มี Design ที่่ให้ประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่างกัน คุ้มค่า คุ้มราคา เราคำนึงถึง Form Follow Function และ Form Follow Emotion ในหนึ่งเดียวกันเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของความเป็นอยู่ของคุณอย่างสมบูรณ์แบบ ก็เพราะ "ความสุขในบ้านเอาอะไรมาแลก็ไม่ยอม" จริงไหมคะ