2 มี.ค. 2556

อาการปวดหลังที่ต้องรับการรักษา

         ร่างกายของคนเรานั้นมีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเราเองอยู่ ซึ่งช่วงเวลาการนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ร่างกายจะทำการซ่อมแซม ระบบของร่างกายการนอนหลับสนิทในช่วงเวลา 5 ทุ่ม ถึงตี 1 นั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดทำให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองและเราควรนอน หลับสนิทเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6-8 ชม.

         อาการปวดหลัง อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเพราะกระดูกสันหลังมีความสำคัญและยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะระบบประสาทดังนั้น เมื่อเกิดปวดหลังขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุก็อย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะจะทำให้ เรื้อรังและอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติในร่างกายก็ได้ ลักษณะอาการปวดหลังที่จำเป็นต้องรีบเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที ได้แก่


         1. อาการปวดหลังร่วมกับแขนขาชาไม่มีแรงกลั้น ปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ ซึ่งลักษณะอาการดังกล่าวเป็นไปได้ว่าไขสันหลังได้รับบาดเจ็บ ทางที่ดีควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพื่อทำการเอ็กซ์เรย์ตรวจกระดูกสันหลังและหาตำแหน่งที่บาดเจ็บ บางรายเพียงให้นอนพักรักษาตัวก็อาจหายจากอาการดังกล่าวได้ แต่บางรายอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด
         2. ปวดหลังบริเวณเอวและมีไข้หนาวสั่น สาเหตุของอาการอาจเกิดจากการติดเชื้ออักเสบของไต เมื่อรักษาไตจนเป็นปกติแล้ว อาการปวดหลังดังกล่าวก็จะหายไป
         3. การเลือกซื้อที่นอนที่ถูกสรีระของผู้นอนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากที่นอนแต่ละรุ่นแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันที่ชั้นวัสดุ ประกอบไปด้วย ความแน่น ความแข็ง ความนุ่ม การเลือกซื้อที่นอนให้เข้ากีบสรีระ จะทำให้การนอนหลับได้อย่างเต็มที่และไม่มีอาการปวดเมื่อรบกวน



http://nkfurniture.com/

23 ก.พ. 2556

เทคนิคการจัดแต่งบ้านให้ขายได้ภายใน 15 วินาที

ใครก็ตามหากต้องการขายบ้านเก่าให้ได้ภายใน 15 วินาที หรือน้อยกว่าจะต้องลงทุน อุทิศเวลา และให้ความสำคัญกับการดำเนินการทุกอย่างเพื่อทำให้บ้านเป็นที่ดึงดูดใจของผู้พบเห็นในครั้งแรกให้ได้ คือจะต้องทำการจัดแต่งบ้านก่อนขายทุกครั้งนั่นเอง 

คนทั่วไปมักมองว่าการจัดแต่งบ้านทั่วไปเพื่อขาย (Staging) มีความหมายเช่นเดียวกับ "การตกแต่งภายใน" แต่จริงๆ แล้วทั้ง 2 เรื่องกับแตกต่างกันสิ้นเชิง ทั้งนี้ การตกแต่งภายในจะเป็นการตกแต่งบ้านให้สวยงาม สะดวกสบาย โดยวัตถุประสงค์เพื่อสนองตอบรสนิยม ความชอบ และความต้องการส่วนตัวของเจ้าของบ้าน หรือผู้อยู่อาศัยในบ้านเป็นสำคัญ   แต่สำหรับการจัดแต่งบ้านเพื่อขายแล้วจะเป็นการจัดแต่งทั้งภายในและภายนอก เพื่อให้พร้อมขาย หรือพร้อมโชว์ให้ผู้ซื้อเห็นเมื่อเดินเข้ามาดู โดนจะเน้นทำให้บ้านน่าอยู่ ต้องตาต้องใจผู้พบเห็นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตามวัตถุประสงค์หลักก็คือ ทำให้บ้านขายได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ขายได้ราคาขึ้นด้วย  ทั้งนี้การจัดแต่งบ้านเพื่อขายจะเน้นการดำเนินเพื่อลดการเป็นส่วนตัว (Depersonalize) ของเจ้าของเก่าลง เพื่อเปิดช่องให้ผู้ซื้อหรือเจ้าของใหม่เกิดจินตนาการหรือจิตนาภาพในการเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านได้ ซึ่งกลิ่นอายและรูปลักษณ์ความเป็นส่วนตัของเจ้าของเดิมที่สะสมอยู่ในบ้าน ในลักษณะอยู่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งสะสมอยู่มากเท่านั้นเป็นสิ่งที่ต้องหาทางขจัดออกไปให้ได้  การจัดแต่งบ้านโดยทั่วไปมักอาศัยหลักอ้างอิง 5 ข้อ " หลัก 5 C (The Five C's of Successful Staging)"
           
        C ตัวแรกก็คือความสะอาด โดยเน้นให้บ้านสะอาดเรียบร้อยหมดจดในทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นพรม พื้นบ้าน ผนัง เคาว์เตอร์ ห้องนำ้ ฯลฯ นั่นคือพอเห็นแล้วจะต้องดูเนี๊ยบและทันสมัยอยู่ตลอด

         C ที่สองคือต้องไม่มีสิ่งของรกระเกะระกะ (Clutter Free)  สำหรับสิ่งของๆ เจ้าของเดิม หรือของผู้ขายนั่นคืออะไรที่เป็นสิ่งของส่วนตัวในบ้านจะต้องนำออกไปให้หมด

         C ที่สามคือ สี (Color) เน้นจัดแต่งโดยใช้สีให้เหมาะสม ทั้งนี้ตัวเราอาจชอบสีบางสีซึ่งเป็นสีที่สอดคล้องกับเฟอร์นิเจอร์บางอย่างของเรา แต่ต้องระลึกไว้เสมอว่าผู้ซื้ออาจไม่ชอบสีนั้นด้วยก็ได้ ดังนั้งจึงต้องเฟลี่ยนมาเป็นสีที่เปิดช่องให้ผู้ซื้อคิดเองได้ด้วย

         C ที่สี่คือเน้นทำให้เกิดความคิดที่สร้างสรรค์ (Creativity) คือจะต้องพยายามจัดแต่งหรือทำบางอย่างให้เกิดขึ้นกับบ้าน เพื่อทำใหู้้ซื้อที่มาดูบ้านจดจำและพูดถึงบ้านให้ได้

         C ตวสุดท้ายคือการประนีประนอม (Compromise) การจัดแต่งบ้านทุกอย่างที่ทำออกมาจะต้องเป็นโทนกลางๆ ที่ใตรเห็นก็ยอมรับได้ เพื่อทลายกำแพงกั้นระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อให้ได้

          การจัดแต่งบ้านเพื่อขายให้เก๋ไก๋และดึงดูดใจผู้ซื้อที่นิยมทำกัน และคนส่วนใหญ่เชื่อกันว่าทำแล้วแรงและโดนใจคนซื้อได้มากมักครอบคลุมการจัดแต่งบ้านเพื่อขาย ใน 7 ส่วนหลักๆ คือ
          1. การจัดแต่งพื้อที่หรือลานหน้าบ้าน (The Front Yard) ให้สวยงามและชวนดู
          2. ทำสีเคลือบเงาประตูหน้าบ้านและประตูทางเข้า และดูแลไม่ให้มีหยักไย่ใยแมงมุม
          3. ทาสีภายนอกและภายในใหม่ 
          4. พื่้นบ้าน เช่น พรม พื้นไม้ และกระเบื้องปูพื้น จะต้องไม่มีรอยเปื้อน รอยด่างและรอยสกปรก
          5. ทำทุกส่วนในบ้านให้เขียวขจี สะอาด และเน้นแสดงออกถึงการมีสุขภาพดี ความเจริญงอกงาม
          6. จัดแต่งเฟอร์นิเจอร์ในบ้านให้เหมาะสม ต้องไม่มีมากมายจนดูรกรุงรังจนเกินไป
          7. ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในบ้าน รวมทั้งลดเสียงหรือความรู้สึกสับสนอลม่านของบ้านให้น้อยลงหรือหมดไป


21 ก.พ. 2556

การดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ไม้


รอยขีดข่วน ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำมันชักเงาถู รอยขีดก็จะหายไปคราบเปื้อนจากสี ถ้าสียังไม่แห้งก็แก้ไขเหมือนรอยขีดข่วน แต่ถ้าแห้งแล้วให้ใช้น้ำมันสนชโลมบริเวณคราบนั้น จนกว่าคราบสีจะอ่อนตัวและหลุดไป จากนั้นใช้น้ำมันชักเงาถูให้สะอาด

หากเกิดรอยคราบ เป็นวง ให้ใช้กระดาษซับแบบหนาวางทับเหนือรอยคราบเท่านั้น จากนั้นใช้เตารีดที่มีไฟปานกลางนาบซ้ำกันหลายๆหนจนกว่ารอยนั้นจะหายไป หรือจะใช้ผ้า หรือสำลีชุบน้ำมันการบูรถูก็ได้ หากมีรอยหยดของน้ำตาเทียน ซึ่งแม้จะขูดเทียนออกไปแล้วยัง มีรอยอยู่ให้ใช้ผ้าชุบหัวน้ำมันเช็ด ถู และขัดซ้ำด้วยน้ำยาชักเงา เช็ดด้วยผ้าสะอาดให้แห้งรอย ที่เกิดจากความร้อน ให้ใช้หัวน้ำมันถู แล้วซับให้สะอาดด้วยผ้าแห้งซ้ำๆ กันหลายๆ หน คราบก็จะค่อยๆ หายไป


http://nkfurniture.com

19 ก.พ. 2556

จัดฮวงจุ้ย "ห้องนอน" เสริมสุขภาพ

ห้องหนึ่งที่สำคัญที่สุดในบ้านนั่นคือห้องนอน ในทางฮวงจุ้ยเรามักพบว่าซินแสทุกคนจะให้ความสำคัญกับ "ห้องนอน" เป็นอย่างมาก เพราะถือว่าห้องนอนเปรียบเสมือนแหล่งประจุพลังที่สำคัญสำหรับชีวิต

หลักการของห้องนอนที่ดีคือต้องทำให้เราหลับพักผ่อนได้สนิท ให้ร่างกายฟื้นฟูพลังชีวิตเพื่อที่จะได้มีพลังรับมือกับวันใหม่ ดังนั้น ห้องนอนที่ดีจะต้องมีอากาศจากภายนอกถ่ายเทเข้ามาได้ หมายถึงเราควรได้ัรับอากาศใหม่ๆ ทุกวัน ดังนั้นห้องนอนจึงควรมีหน้าต่าง และทุกวันควรเปิดประตูหรือหน้าต่างรับอากาศเข้ามาบ้าง อย่างน้อยแค่ 20 นาทีก็ยังดี ห้องนอนที่มีลักษณะสมมาตรหรือเป็นสี่เหลี่ยมจะเป็นห้องนอนที่มีการไหลเวียนของอากาศดีที่สุดและห้องนอนที่โล่งโปร่ง เพดานสูงจะทำให้สามารถบรรจุพลังปราณได้มาก

ส่วนปัจจัยที่อาจรบกวนกานนอนหรือส่งผลกระทบต่อการนอนหลับที่ดีในทางฮวงจุ้ยมีดังนี้

ส้วม  โดยปกติไม่ควรมีส้วมอยู่ในห้องนอน เพราะหากไม่รักษาความสะอาดก็จะมีกลิ่นรบกวน และการกดชักโครกก็จะเกิดเสียงดังรบกวนคนนอนข้างๆ ด้วย หากห้องนอนต้องทำส้วมไว้ก็ขอให้อยู่ไกลจากหัวนอนที่สุด และรักษาความสะอาดให้ดีด้วย

คาน   เราไม่ควรนอนอยู่ใ่ต้คาน เพราะบริเวณนั้นการไหลเวียนของอากาศไม่ดี จึงเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยได้ง่าย วิธีการแก้เรื่องคานนอกจากจะย้ายออกไปจากคานแล้ว การทำฝ้าปิดคานไว้ก็เป็นการแก้อีกวิธีหนึ่ง

ฝ้าหลุม  หลายบ้านนิยมทำฝ้าหลุมในห้องนอนหรือบริเวณเตียงนอน นั่นอาจเป็นการปั่นทอนสุขภาพได้ เพราะฝ้าหลุมก็เปรียบเหมือนคานอย่างหนึ่ง จึงไม่ควรทำฝ้าหลุมในห้องนอน และหากมีก็ควรปิดให้เป็นฝ้าเรียบไปซะ

ฝุ่น  ห้องนอนที่มีฝุ่นมากคนนอนก็มีโอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้มาก และหากหัวนอนเต็มไปด้วยข้าวของจำนวนมาก นอกจากฝุ่นจะจับได้ง่ายแล้ว ยังทำให้การไหลเวียนของพลังงานในตำแหน่งที่รกทำไ้้้ด้ไม่ดีด้วย

เสียงรบกวน   หากผนังห้องนอนและผนังประตูเป็นผนังเดียวกัน โอกาสที่จะเกิดเสียงดังรบกวนเวลาเปิดปิดประตูห้องนอนก็บ่อย คนที่นอนอยู่ในห้องจะถูกรบกวนหรือตกใจได้ง่ายจนหลับได้ไม่สนิท ทางที่ดีควรนอนให้ห่างจากประตูให้มากที่สุด

แสงไฟ   การติดตั้งหลอดไฟส่องตรงมาที่หน้าหรือส่องโดนลำตัวของคนนอนถือเป็นสิ่งไม่ดี เพราะจะทำให้เจ็บป่วยทางระบบประสาทได้ง่าย ทางที่ดีควรใช้โคมไฟหรือออกแบบห้องนอนไม่ให้ส่องโดนลำตัวคนนอนโดยตรง

แสงสว่างจากภายนอก  หัวนอนควรเป็นลักษณะทึบเพื่อป้องกันแสงรบกวนจากภายนอก หรือจะใช้ม่านทึบแสงเพื่อบังแสงที่เกิดจากไฟส่องสว่างตามถนนนอกบ้าน หรือแสงไฟจากหน้ารถยนต์ที่สาดแสงเข้ามาก็ได้ เพราะเงาวูบวาบดังกล่าวอาจทำให้คนเราฝันร้ายได้ง่าย หรือการติดตั้งกระจกเงาไว้ข้างเตียงก็ทำให้คนขวัญอ่อนรู้สึกกลัวได้ง่ายหากตื่นขึ้นมางัวเงียกลางดึก

หม้อแปลงไฟฟ้า  การนอนในห้องที่ตั้งอยู่ใกล้หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เป็นเวลานานเป็นสิ่งไม่ดี เพราะแรงดันจากกระแสแม่เหล็กไฟฟ้าที่มากเกินไปจะทำให้ระบบของเซลล์ทำงานผิดปกติ

เครื่องปรับอากาศ  การนอนใต้เครื่องปรับอากาศอาจทำให้มีสภาพหลับไม่สนิทได้  เพราะเครื่องปรับอากาศมีแรงดันไฟฟ้าสูง และจะรบกวนคลื่นสมองของคนนอนตลอดทั้งคืน จึงไม่ควรติดตั้งเครื่องปรับอากาศไว้บนหัวนอน

อย่างไรก็ตามปัจจัยกระทบดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดตำแหน่งต่างๆ ในห้องนอน  การเสริมฮวงจุ้ยด้วยพลังประจำปี และที่สำคัญมากที่สุดอีกอย่างคือาการรู้ดวงชะตาของเจ้าของบ้านหรือเจ้าของห้อง เพื่อปรับแก้หรือเสริมดวงชะตา เช่น การเลือกวัสดุและสีสันของวอลเปเปอร์ เฟอร์นิเจอร์ชนิดต่างๆ หรือการเลือกวางอุปกรณ์เสริมโชคหรือลดทอนพลังร้าย เป็นต้น 

ข้อมูล : อาจารย์มาศ  เคหาสน์ธรรม
             HOME BUYER'S GUIDE

13 ก.พ. 2556

แต่งห้องนอนสไตล์โมเดิร์น

สไตล์โมเดิร์นยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนอาจกล่่าวได้ว่าเป็นสไตล์ที่ร่วมสมัย ไม่มีเชยค่ะ เพราะการแต่งห้องแนวนี้ทำได้ง่าย และขอบอกว่า Size does not matter คือขนาดของห้องไม่มีปัญหาค่ะ ไม่ว่าจะห้องเล็กหรือใหญ่ ก็สามารถทำให้ดูเดิร์นได้ไม่ยาก


ด้วยหลักการง่ายๆ ของการบาลานซ์สีให้เข้ากันทั้งผนัง ห้อง เตียง ชุดเครื่องนอนและเฟอร์นิเจอร์ โดยสไตล์โมเดิร์นนี้มักนิยมใช้ของน้อยชิ้น ดีไซน์เก๋ให้ความรู้สึกเรียบหรูก็ได้ หรือเรียบง่ายแต่เท่ห์ก็เลิศ

หลายคนมองว่าการแต่งห้องนอนสไตล์โมเดิร์นนั้นเลือกสียากเหลือเกิน เพราะสไตล์นี้มักมีสีหลักคือขาว ดำ เทา ไม่เหมาะจะใช้ในห้องนอนเพราะจะทำให้ดูทึบทึมน่าหดหู  ซึ่งไม่จริงเลยค่ะ สีเทานั้นเป็นสีที่ทันสมัยไดใช้ได้ตลอด เพียงเแค่คุณเลือกให้เฉดอมขาวสักหน่อย ออกแนวสว่างแต่ไม่สะท้อนแสงจ้าแสบตาเหมือนสีขาว เอาแค่พอสะท้อนแสงไฟสวยมาใช้ทาผนังแล้วเลือกสีพื้นเป็นสีอ่อนก็จะช่วยกระจายแสง อีกทั้งยังทำให้พื้นที่ในห้องดูกว้างขึ้นได้ เสริมด้วยการเลือกใช้หลอดไฟแบบสปอตไลท์แทนหลอดนีออน จะให้แสงนุ่ม สวยงามกว่า

เฟอร์นิเจอร์ของสไตล์นี้นั้น จะเน้นตู้ โต๊ะ เตียง ที่มีโลหะหรือไม้เป็นส่วนประกอบ และเน้นที่ดีไซน์ เลือกแบบให้เก๋ๆ ไม่ตรงทื่อ หรือลวดลายเยอะแยะเกินจำเป็น ขนาดของห้องไม่สำคัญแต่ขนาดของเฟอร์นิเจอร์สำคัญค่ะ เราจะไม่ใช้โต๊ะเก้าอี้ตัวใหญ่ หรือรูปภาพไซส์ยักษ์มาติดผนัง เพราะครั้งนี้เรามีธีมว่าเรียบหรูดูเท่ห์ค่ะ อย่าลืม

ส่วนผ้าม่านและเครื่องนอน ทั้งผ้าปูที่นอน ปลอดหมอน และผ้าห่มนั้น สำหรับคนที่มีพื้นที่น้อยแต่อยากให้ห้องนอนดูกว่าง ไม่อึดอัด ให้เลือกใช้โทนสีสว่างทั้งผ้าม่าน ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน ส่วนผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียงนั้นให้ปรับเปลี่ยนตามสีของห้อง

การแต่งห้องนอนสไตล์โมเดิร์นนั้น สามารถจับคู่สีได้หลากหลายไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นสีเอิร์ธโทนอย่างน้ำตาล เบจ ครีม เทา หรือสีสดใส เช่น แดง ม่วง เหลือง เขียว ชมพู น้ำเงิน ฯลฯ จุดสำคัญคือจะมีสีขาวและดำ เฟอร์นิเจอร์มีโลหะ หรือไม้เป็นส่วนผสมเสมอ และต้องคุมโทนให้อยู่หมัด

ไฮไลท์ที่ต้องจีดเส้นใต้หนาๆ เลยคือ ต้องคิดให้เสร็จ ร่างแบบหรือจดความต้องการ (จะจดคร่าวๆ พอเข้าใจหรือเอาให้ละเอียดทุกซอกทุกมุม ก็ตามสะดวก) แล้วไปซื้อของพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวค่ะ หรือหากอับจนด้วยปัญหาทุนทรัพย์ เมื่อจะหาของแต่งห้องเพิ่มเติมจะได้ไม่หลุดโลกออกวงโคจรไปเสียก่อนค่ะ

เครดิต : นิตยสาร TOTO